ทองปิดบวก $15.80 นักลงทุนจับตาภูมิรัฐศาสตร์–ข้อมูลแรงงานสหรัฐ
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง หลังเผชิญแรงเทขายหนักในช่วงก่อนหน้า โดยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% ในการซื้อขายวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ สะท้อนแรง “ช้อนซื้อ” ของนักลงทุนที่มองว่าการปรับลงก่อนหน้านี้เป็นเพียงการปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมุมมองเชิงบวกจากสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง JPMorgan และ Deutsche Bank ที่ยังคงประเมินว่าทองคำมีโอกาสปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงปี 2569
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 282.40 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 6.07% ปิดที่ระดับ 4,935.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการดีดตัวแรงหลังจากราคาทองคำร่วงลงต่อเนื่องตลอดสองวันทำการก่อนหน้า
แรงซื้อดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่มองว่าราคาทองคำได้ลงมาสู่ระดับที่น่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อ หลังจากตลาดตอบสนองเชิงลบต่อปัจจัยข่าวไปแล้วในช่วงก่อนหน้า
การร่วงลงอย่างหนักของราคาทองคำในช่วงก่อนหน้านี้ มีสาเหตุหลักมาจากข่าวการเมืองและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่
แม้นักลงทุนจะมองว่าเควิน วอร์ช สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขายังมีจุดยืนเรื่องการคุมเข้มนโยบายงบดุลของเฟด ซึ่งสร้างความกังวลต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน และกดดันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำในระยะสั้น
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการที่ CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนจำเป็นต้องลดสถานะ (Deleveraging) และเร่งขายเพื่อลดความเสี่ยง
นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals มองว่าการปรับลงของราคาทองคำก่อนหน้านี้ เป็นเพียงการปรับฐานตามธรรมชาติของตลาด หลังจากราคาปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยแนวโน้มหลักในระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น
Zaner Metals ประเมินแนวรับสำคัญของราคาทองคำไว้ที่บริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่แถวระดับ 5,100 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นโซนที่ตลาดต้องจับตาแรงขายทำกำไรในระยะถัดไป
ในฝั่งมุมมองเชิงกลยุทธ์ระยะยาว JPMorgan ยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อทองคำ โดยคาดการณ์ว่าราคาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปี 2569
ปัจจัยหนุนหลักมาจากอุปสงค์ของธนาคารกลางทั่วโลกและนักลงทุนสถาบัน โดย JPMorgan ประเมินว่า ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะเข้าซื้อทองคำรวมกันราว 800 ตันในปี 2569 เพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเสถียรภาพของสกุลเงินหลัก
ด้าน Deutsche Bank ยังคงยืนยันเป้าหมายราคาทองคำที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2569 โดยมองว่าการปรับฐานระยะสั้นจะไม่เปลี่ยนโครงสร้างขาขึ้นของตลาด
ธนาคารระบุว่า แม้ราคาทองคำจะมีความผันผวนสูงในบางช่วง แต่แรงซื้อจากนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำในระยะยาว
สำหรับนักเทรด เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่า ตลาดทองคำในช่วงนี้อยู่ในภาวะ ผันผวนสูงมาก จากทั้งปัจจัยข่าว นโยบายการเงิน และข้อกำหนดด้านมาร์จิ้น การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาทองคำสามารถรีบาวด์แรงกว่า 6% ภายในวันเดียว สะท้อนว่าฝั่ง Demand ระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง และทุกการปรับฐานอาจกลายเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่เข้าใจโครงสร้างตลาดและวางแผนเทรดอย่างมีวินัย
แม้ทองคำจะเผชิญแรงเทขายรุนแรงในระยะสั้น แต่ภาพรวมจากนักวิเคราะห์สถาบันยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น และระดับราคา 6,000–6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังคงอยู่ในเรดาร์ของตลาด
สำหรับนักเทรด การแยกให้ออกระหว่าง “ความผันผวนระยะสั้น” กับ “แนวโน้มระยะยาว” คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและสร้างโอกาสในตลาดทองคำรอบนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอินโฟเควสท์
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ตลาดทองคำและโลหะเงินกำลังเผชิญความผันผวนรุนแรง หลังราคาพุ่งทำสถิติใหม่ก่อนถูกเทขายหนักและแกว่งตัวแรงต่อเนื่อง การปรับขึ้นมาร์จิ้นของ CME สะท้อนว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การรีบาวด์แรงไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงที่ลดลง แต่ยืนยันว่าตลาดยังอยู่ในโหมดผันผวนสูง ผลกระทบลามถึงตลาดทองคำไทย ทั้งสเปรดที่กว้างขึ้นและการประกาศราคาแบบเรียลไทม์ บทเรียนสำคัญคือช่วงนี้ไม่ใช่ตลาดของเลเวอเรจสูงหรือการไล่ราคา แต่เป็นสนามของการบริหารความเสี่ยง วินัย และการอยู่รอดของพอร์ต

ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเผชิญแฟลชแครชครั้งใหญ่ เมื่อราคาทองคำและโลหะเงินร่วงรุนแรงภายในไม่ถึง 30 นาที สูญมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ แรงขายลุกลามไปยัง Bitcoin หุ้น และคริปโต สะท้อนภาวะสภาพคล่องที่หายไปพร้อมกันทั่วตลาด แม้ทองคำยังปิดเดือนในทิศทางแข็งแกร่ง แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าไม่มีสินทรัพย์ใดปลอดภัยเมื่อเกิดวิกฤตสภาพคล่อง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากกว่าการคาดทิศทางราคาในวันที่ตลาดผันผวนรุนแรง

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดฟอเร็กซ์และทองคำในมุมโครงสร้างตลาด ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา และลักษณะความเสี่ยง ฟอเร็กซ์เน้นการเคลื่อนไหวของค่าเงินตามเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ขณะที่ทองคำถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของโลก เนื้อหาชี้ให้เห็นว่าไม่มีตลาดใดดีกว่าอีกตลาดหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับสไตล์และความถนัดของนักเทรด การเริ่มจากความเข้าใจพื้นฐานและทดลองเทรดก่อนลงเงินจริง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสอยู่รอดในระยะยาว