เปิดบัญชี QUOTEX ถ้ากำไรแล้ว คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะถอนออกมาได้
รีวิวโบรกเเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ในตลาด Foreign Exchange Market ราคาซื้อขายจะแสดงเป็นสองค่าเสมอคือ Bid และ Ask ซึ่งเป็นพื้นฐานของโครงสร้างราคาตลาด โดย Bid คือราคาที่ตลาดพร้อมรับซื้อ และ Ask คือราคาที่ตลาดพร้อมขาย ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า Spread ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของการเทรด หากนักเทรดเข้าใจความสัมพันธ์ของ Bid, Ask และ Spread จะช่วยให้สามารถวางแผนการเข้าออกตลาด ตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ได้แม่นยำขึ้น รวมถึงบริหารต้นทุนในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เมื่อเริ่มต้นเทรด Forex นักเทรดหลายคนอาจสังเกตว่า ราคาที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มไม่ได้มีเพียงตัวเลขเดียว แต่มักแสดงราคาอยู่สองค่าเสมอ นั่นคือ Bid และ Ask ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของโครงสร้างราคาตลาด
ราคาทั้งสองนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงการเคลื่อนไหวของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนการเทรดที่เรียกว่า Spread ด้วย หากนักเทรดเข้าใจความสัมพันธ์ของ Bid และ Ask อย่างถูกต้อง จะช่วยให้วางแผนการเข้าออกตลาดได้แม่นยำมากขึ้น
ในบทความนี้ แอดเหยี่ยวจะพานักเทรดทำความเข้าใจว่า bid และ ask คืออะไร รวมถึงความสัมพันธ์กับค่า Spread ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานของการเทรด Forex
ในตลาด Forex ทุกการซื้อขายจะเกิดขึ้นผ่านราคาสองฝั่งเสมอ ได้แก่
พูดง่าย ๆ คือ หากนักเทรดต้องการ ขาย คู่เงิน ระบบจะใช้ราคา Bid
และหากต้องการ ซื้อ คู่เงิน ระบบจะใช้ราคา Ask
EUR/USD
1.1050 / 1.1052
โดยตัวเลขแรกคือ Bid และตัวเลขหลังคือ Ask
หากนักเทรดต้องการเปิดออเดอร์ Buy จะถูกเปิดที่ราคา 1.1052
แต่ถ้าต้องการ Sell จะถูกเปิดที่ราคา 1.1050
นี่คือเหตุผลที่ทำให้บางครั้งเมื่อเปิดออเดอร์แล้ว อาจเห็นกำไรติดลบทันทีเล็กน้อย
Bid Price คือราคาที่ผู้ซื้อในตลาดยินดีจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์นั้น
ในมุมของนักเทรด Forex
ราคานี้จึงสะท้อนแรงซื้อที่เกิดขึ้นในตลาด ณ เวลานั้น
Ask Price คือราคาที่ผู้ขายในตลาดต้องการขายสินทรัพย์
ในมุมของนักเทรด
โดยทั่วไป ราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เล็กน้อยเสมอ
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งถือเป็นต้นทุนพื้นฐานของการเทรด Forex
สูตรคำนวณคือ
Spread = Ask Price − Bid Price
EUR/USD
Bid = 1.1050
Ask = 1.1052
Spread = 2 pips
ความหมายคือ นักเทรดต้องให้ราคาขยับอย่างน้อย 2 pips ก่อนที่จะเริ่มมีกำไร
Spread จึงเป็นรายได้หลักของโบรกเกอร์ในหลายกรณี
การเข้าใจว่า bid และ ask คืออะไร มีผลต่อหลายด้านของการเทรด เช่น
นักเทรดที่เข้าใจโครงสร้างราคาจะรู้ว่า
ทำให้วางแผนจุดเข้าได้แม่นยำขึ้น
หากไม่เข้าใจความแตกต่างของ Bid และ Ask อาจตั้ง Stop Loss ใกล้เกินไป และถูกปิดออเดอร์ก่อนเวลา
คู่เงินที่มี Spread แคบ เช่น EUR/USD มักเป็นที่นิยม เพราะต้นทุนการเทรดต่ำกว่า
ในแพลตฟอร์มเทรดยอดนิยม เช่น MT4 หรือ MT5 ราคามักแสดงดังนี้
นักเทรดบางคนจึงอาจเห็นราคาไม่ถึงจุด Take Profit หรือ Stop Loss ทั้งที่ออเดอร์ถูกปิดไปแล้ว เพราะระบบใช้ราคาคนละฝั่งในการคำนวณ
bid และ ask คือราคาซื้อและราคาขายในตลาด Forex ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการซื้อขายทุกออเดอร์
ในมุมของแอดเหยี่ยว การเข้าใจ Bid และ Ask ไม่ได้เป็นเพียงความรู้พื้นฐานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักเทรดอ่านโครงสร้างราคาได้ดีขึ้น วางแผนการเข้าออกตลาดได้แม่นยำ และลดต้นทุนที่เกิดจาก Spread ในการเทรด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเเกอร์

ธนาคารกลางแห่งไอร์แลนด์เผยว่า ผู้ใหญ่กว่า 35% เคยตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงทางการเงิน และมูลค่าความเสียหายในปี 2024 สูงถึง 160 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 24.5% จากปีก่อน โดยการโกงด้านการลงทุนแม้มีเพียง 7% ของคดีทั้งหมด แต่กลับสร้างความเสียหายต่อรายสูงที่สุด รูปแบบที่พบบ่อยคือ แพลตฟอร์มเทรดปลอม ที่ปรึกษาไม่มีใบอนุญาต และการชักชวนลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง ซึ่งมักพุ่งเป้าไปยังนักเทรด Forex โดยตรง รายงานยังชี้ว่า ผู้ที่แจ้งความสามารถกู้คืนเงินได้มากกว่าผู้ที่ไม่รายงานอย่างชัดเจน สะท้อนว่าการตรวจสอบโบรกเกอร์และการระวังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง คือสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการถูกหลอกลงทุน

บทความนี้อธิบายเวลาเปลี่ยนของแท่งเทียน H4 ในตลาด Forex ซึ่งขึ้นอยู่กับ Server Time ของโบรกเกอร์ ไม่ใช่เวลาไทยโดยตรง โดยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักใช้ GMT+2 หรือ GMT+3 ทำให้เวลาเปลี่ยนแท่ง H4 ในไทยอยู่ช่วงประมาณ 02:00–03:00, 06:00–07:00, 10:00–11:00, 14:00–15:00, 18:00–19:00 และ 22:00–23:00 น. การรู้เวลาเปลี่ยนแท่งเทียนช่วยให้นักเทรดวิเคราะห์กราฟได้แม่นยำ รอสัญญาณหลังแท่งปิดสมบูรณ์ และวางแผนการเข้าออกตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงตลาดยุโรปและอเมริกาที่มีความผันผวนสูง สรุปคือ การเข้าใจเวลา H4 ช่วยเพิ่มวินัย ลดความผิดพลาด และทำให้การเทรดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รีวิวโบรกเกอร์
TICKMILL
VT Markets
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
AVATRADE
TICKMILL
VT Markets
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
AVATRADE
TICKMILL
VT Markets
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
AVATRADE
TICKMILL
VT Markets
FXTM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
AVATRADE