简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
วิกฤตน้ำมันปี 1973 สอนอะไรเราในวันที่ราคาน้ำมันกำลังพุ่ง?
บทคัดย่อ:เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายกับ วิกฤตน้ำมันปี 1973 ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงผ่านกลไกอุปทานพลังงาน เงินเฟ้อ และภาวะ Stagflation แม้สถานการณ์ปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงคล้ายคลึง เช่น ความไม่แน่นอนด้านอุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งในด้านนโยบายการเงินและแหล่งพลังงาน สำหรับนักเทรด ประเด็นสำคัญคือการเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาคและบริบทของตลาด มากกว่าการมองเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น เพื่อวางแผนและรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลายคนอาจมองว่านี่คือเพียง “อีกหนึ่งรอบของข่าวสงคราม” ที่กระทบตลาดระยะสั้นเท่านั้น
แต่ในมุมของแอดเหยี่ยว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจลึกกว่านั้น เพราะมันมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์สำคัญในอดีตที่เคยเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจโลกมาแล้ว นั่นคือ “วิกฤตน้ำมันปี 1973”
แม้โลกวันนี้จะต่างจากเมื่อ 50 ปีก่อนในหลายมิติ แต่รูปแบบของแรงกดดันบางอย่างกำลังกลับมา และนี่คือสิ่งที่นักเทรดไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในระยะถัดไป
บทความนี้ แอดเหยี่ยวจะพาย้อนดูจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งนั้น วิเคราะห์กลไกที่ทำให้เศรษฐกิจโลกสะเทือน และเชื่อมโยงมาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้คุณอ่านเกมตลาดได้ลึกขึ้น
จุดเริ่มต้นของวิกฤต เมื่อพลังงานกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
วิกฤตน้ำมันในปี 1973 ไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อสงครามยมคิปปูร์ปะทุขึ้นระหว่างอียิปต์ ซีเรีย และอิสราเอล
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางได้ตัดสินใจใช้ “น้ำมัน” เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมือง โดยการลดกำลังการผลิตและหยุดส่งออกไปยังบางประเทศ
ผลกระทบเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึงสี่เท่าในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จากสินค้าที่เคยมีเสถียรภาพ กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
เมื่ออุปทานสะดุด โลกทั้งระบบเริ่มสั่นคลอน
การขาดแคลนน้ำมันไม่ได้กระทบแค่ภาคพลังงาน แต่ลามไปยังชีวิตประจำวันและภาคเศรษฐกิจโดยรวม
ในสหรัฐอเมริกา ปั๊มน้ำมันหลายแห่งไม่มีน้ำมันขาย ผู้คนต้องต่อคิวกันยาวเป็นชั่วโมง บางรัฐถึงขั้นต้องใช้มาตรการปันส่วนตามเลขทะเบียนรถ
ในยุโรป รัฐบาลหลายประเทศออกมาตรการควบคุมการใช้น้ำมัน เช่น การห้ามใช้รถยนต์ในวันอาทิตย์ หรือการจำกัดความเร็วบนท้องถนน เพื่อลดการบริโภคเชื้อเพลิง
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า เมื่อโลกพึ่งพาทรัพยากรหนึ่งมากเกินไป การหยุดชะงักเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ได้ทันที
เงินเฟ้อพุ่ง พร้อมเศรษฐกิจชะงัก จุดเปลี่ยนที่อันตราย
เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ต้นทุนของระบบเศรษฐกิจทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นตาม ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า หรือราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
ธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน การผลิตกลับลดลง การลงทุนชะลอตัว และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาวะ “Stagflation” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทั้งเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจไม่เติบโตพร้อมกัน และเป็นหนึ่งในภาวะที่รับมือได้ยากที่สุดในเชิงนโยบาย
นโยบายที่ผิดพลาด ทำให้วิกฤตรุนแรงยิ่งขึ้น
ในช่วงเวลานั้น ธนาคารกลางหลายแห่งพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย แต่กลับกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เมื่อผู้คนเริ่มคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พฤติกรรมการกักตุนสินค้าและการเร่งใช้จ่ายก็เกิดขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิทยาเงินเฟ้อ” ซึ่งเป็นตัวเร่งให้วิกฤตยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น
ภาพสะท้อนสู่ปัจจุบัน ความเสี่ยงที่เริ่มกลับมา
หากมองมาที่สถานการณ์ในปัจจุบัน จะเห็นว่ามีบางองค์ประกอบที่เริ่มคล้ายคลึงกับอดีต
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทาน
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงแรงกดดันที่กำลังก่อตัวในตลาดพลังงาน
สถานการณ์เหล่านี้กำลังทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง และเริ่มตั้งคำถามต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
แต่โลกวันนี้แข็งแกร่งกว่าเดิม และนี่คือความแตกต่างที่สำคัญ
แม้จะมีความคล้ายคลึง แต่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีความพร้อมมากกว่ายุค 1970 อย่างชัดเจน
ธนาคารกลางมีกรอบการดำเนินนโยบายที่ชัดเจน และมีความน่าเชื่อถือในการควบคุมเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจมีความหลากหลายมากขึ้น และพึ่งพาน้ำมันน้อยลงเมื่อเทียบกับในอดีต อีกทั้งยังมีพลังงานทางเลือกเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบ แม้จะไม่สามารถตัดความเสี่ยงออกไปได้ทั้งหมด
สิ่งที่นักเทรดควรโฟกัส
สิ่งสำคัญที่นักเทรดควรเข้าใจคือ วิกฤตทางเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “เหตุการณ์” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “บริบท” ที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นด้วย
ในปี 1973 ระบบเศรษฐกิจมีความเปราะบาง ทำให้วิกฤตรุนแรงและยืดเยื้อ
แต่ในปัจจุบัน แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยคล้ายกัน ระบบโดยรวมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ และเป็นสิ่งที่ตลาดไม่ชอบมากที่สุด
บทสรุป
บทเรียนจากวิกฤตน้ำมันในอดีตไม่ได้มีไว้เพื่อทำนายอนาคตแบบตรงไปตรงมา แต่มีไว้เพื่อช่วยให้เราเข้าใจ “โครงสร้างของความเสี่ยง”
แอดเหยี่ยวอยากให้นักเทรดใช้มุมมองนี้ในการวิเคราะห์ตลาด เพราะเมื่อเข้าใจว่าปัจจัยต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร การตัดสินใจก็จะมีเหตุผลและแม่นยำมากขึ้น
ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การเข้าใจภาพใหญ่สำคัญกว่าการไล่ตามข่าวระยะสั้น และนั่นคือสิ่งที่จะทำให้คุณอยู่ในเกมนี้ได้อย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก thebetter
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
D prime
TICKMILL
IC Markets Global
XM
eightcap
FXTM
D prime
TICKMILL
IC Markets Global
XM
eightcap
FXTM
WikiFX โบรกเกอร์
D prime
TICKMILL
IC Markets Global
XM
eightcap
FXTM
D prime
TICKMILL
IC Markets Global
XM
eightcap
FXTM
