简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
สเปรด Forex พุ่ง 10 เท่า: รู้ทัน ‘นักฆ่าในสเปรด’ ยามเช้ามืด
บทคัดย่อ:ทำความรู้จัก ‘นักฆ่าในสเปรด’ ตอนตลาดเปลี่ยนกะเช้ามืดที่ทำให้สเปรด Forex พุ่ง 10 เท่า พร้อมตัวอย่างสมมุติวิธีคำนวณต้นทุนแอบแฝงและแนวคิดการจัดการความเสี่ยง

เมื่อตลาดฟอเร็กซ์เข้าสู่ช่วง 04:00–06:00 น. ตามเวลาปักกิ่ง การซื้อขายของตลาดออสเตรเลียกำลังปิดตัวลงและตลาดโตเกียวกำลังจะเปิด ผู้เล่นในตลาดลดลงอย่างรวดเร็ว สภาพคล่องที่เคยหนาแน่นกลับบางเบาจนทำให้สเปรด (ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย) พุ่งสูงผิดปกติ ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักในหมู่เทรดเดอร์ว่า “สเปรดแอสซาซิน” หรือนักลอบสังหารที่อยู่ในสเปรด เพราะมันสามารถทำให้คำสั่งซื้อขายของเราสะดุดหรือถูกกินได้โดยไม่ทันตั้งตัว
“สเปรดแอสซาซิน” คืออะไร
สเปรดแอสซาซินไม่ใช่ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือใด ๆ แต่เป็นคำเปรียบเปรยถึงจังหวะที่สเปรดขยายตัวอย่างรุนแรงในช่วงเปลี่ยนเซสชันการซื้อขายทั่วโลก โดยเฉพาะตอนที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่งปิดและอีกแห่งยังไม่เปิดเต็มที่ ในทางปฏิบัติ หากปกติคุณซื้อขาย EURUSD แล้วเห็นสเปรดอยู่ที่ประมาณ 1–2 pips ในช่วงกลางวัน (pip คือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex โดยสำหรับคู่สกุลเงินหลักที่ไม่มี JPY 1 pip มักเท่ากับ 0.0001 ของราคา) พอถึงเวลาเช้ามืดสเปรดอาจดีดไปอยู่ที่ 10–20 pips ได้ในเวลาไม่กี่นาที นั่นเท่ากับว่าต้นทุนการเข้าเทรดของคุณเพิ่มขึ้นทันที 10 เท่า ต้นเหตุแท้จริงมาจากการที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายรายหยุดเสนอราคาหรือลดปริมาณลง ส่งผลให้จำนวนคำสั่งซื้อขายในตลาดเบาบางผิดปกติ
ตัวอย่างสมมุติ: เมื่อสเปรดขยาย 10 เท่า ต้นทุนคุณเปลี่ยนแค่ไหน
เพื่อให้เห็นภาพ สมมุติว่าเรากำลังดูกราฟ EURUSD ที่ราคาล่าสุดประมาณ 1.1435 (อิงจากระดับราคาในขณะที่เขียนบทความนี้เท่านั้น) และใช้ขนาดการเทรด 1 mini lot (10,000 หน่วย) ซึ่งค่าเงินต่อ 1 pip จะอยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
- หากสเปรดปกติอยู่ที่ 1.2 pips ต้นทุนต่อการเปิด-ปิดหนึ่งคำสั่งจะเท่ากับ 1.2 x 1 = 1.2 ดอลลาร์
- หากสเปรดยามเช้าพุ่งเป็น 12 pips ต้นทุนจะกลายเป็น 12 x 1 = 12 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10 เท่า
ลองนึกภาพต่อไปว่าเราตั้งใจจะวางคำสั่ง Buy Stop ไว้ที่ราคา 1.1490 เพื่อรอให้ราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป โดยปกติเราอาจตั้ง Buy Stop ไว้เหนือแนวต้านนิดหน่อย แต่เมื่อสเปรดขยายกว้างผิดปกติ ราคา Ask (ราคาที่เราใช้ซื้อ) อาจดีดขึ้นไปชนแนวต้านของเราก่อนที่ราคา Bid จะเคลื่อนไหวตาม ส่งผลให้คำสั่งถูกเปิดโดยที่แนวโน้มยังไม่ชัดเจน หรือทำให้ Stop Loss ถูกกินทั้งที่ทิศทางตลาดไม่ได้เปลี่ยน
หากนักเทรดต้องการคำนึงถึงผลกระทบของสเปรดที่กว้างขึ้นในยามเช้าในการวางแผนการเทรด อาจต้องเผื่อระยะห่างของคำสั่งให้มากกว่าปกติ แต่การกำหนดระยะห่างที่แน่นอนไม่มีสูตรตายตัว เพราะต้องพิจารณาจากความผันผวนของสเปรดในอดีตผนวกกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคของแต่ละบุคคล นี่เป็นเพียงแนวคิดเพื่อการศึกษา แสดงให้เห็นว่าสเปรดที่ขยายขึ้นอาจทำให้คำสั่งถูกเปิดก่อนเวลาหรือถูกหยุดโดยไม่ตั้งใจ การตัดสินใจวางคำสั่งใดๆ ควรมาจากการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ไม่ใช่การทำตามตัวอย่าง
ข้อควรระวังก่อนปรับกลยุทธ์
- สเปรดไม่ได้ขยายทุกเช้า ปริมาณผู้เล่นในวันที่มีข่าวสำคัญอาจหนาแน่นกว่าปกติ ทำให้สเปรดขยายน้อยลง
- การเผื่อระยะมากเกินไปอาจทำให้พลาดโอกาส เพราะราคาเคลื่อนไหวถึงแนวต้านแต่ไม่ชนคำสั่งของเรา
- สาเหตุหลักมาจากตลาด ไม่ใช่โบรกเกอร์ แม้ว่าบางโบรกเกอร์อาจบวกส่วนต่างเพิ่มในช่วงสภาพคล่องต่ำ แต่ต้นตอคือจำนวนผู้เล่นในตลาดจริงที่ลดลง การเลือกโบรกเกอร์ที่ทำงานแบบ ECN/STP จะเห็นสเปรดผันผวนตามตลาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- มือใหม่ควรเรียนรู้ว่าการซื้อกับขายใช้ราคาคนละตัว การดูทั้งราคา Bid และ Ask จะช่วยให้เข้าใจสภาพตลาดมากขึ้น ไม่ใช่ใช้ราคาเดียวเป็นเกณฑ์
สเปรดแอสซาซินจึงไม่ใช่กับดักที่ต้องถอยหนี แต่เป็นเครื่องเตือนให้เรารู้ว่าเวลาใดที่ต้นทุนแฝงจะสูงขึ้น และเราควรปรับแผนรับมือให้เข้ากับสภาพตลาดด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยโชค
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
HFM
FOREX.com
eightcap
Axi
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
HFM
FOREX.com
eightcap
Axi
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
